Knowledge For You

พระราชบัญญัติโรงงาน

ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน
30 เม.ย. 2562

พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 เป็นการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการประกอบกิจการโรงงาน และเพื่อถ่ายโอนภารกิจบางส่วนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

เหตุผลในการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว ทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่มีความเข้มงวดและล่าช้า อันสร้างปัญหาและอุปสรรคต่อการประกอบกิจการโรงงาน สมควรเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การควบคุมการประกอบกิจการโรงงานใหม่เพื่อให้การควบคุมการประกอบกิจการโรงงานเป็นไปเพียงเท่าที่จำเป็น เกิดความรวดเร็ว ประหยัด และลดภาระแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานโดยเฉพาะผู้ประกอบกิจการโรงงานขนาดเล็ก โดยการปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาของผู้อนุญาตและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายให้มีความชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจ ยกเลิกการกำหนดให้มีการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ รวมทั้งปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียม เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน

รายละเอียดการแก้ไขปรับปรุงบางเรื่องที่น่าสนใจ เช่น

– พระราชบัญญัตินี้นอกจากจะไม่ใช้บังคับแก่โรงงานของทางราชการเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศแล้ว ยังเพิ่มเติมให้รัฐมนตรีสามารถออกประกาศกำหนดให้โรงงานบางประเภทได้รับยกเว้นจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงงานบางส่วนก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ โรงงานของทางราชการ โรงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาวิจัย โรงงานของสถาบันการศึกษาในส่วนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการฝึกอบรม โรงงานที่ดำเนินงานอันมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว และโรงงานที่ดำเนินงานอันมีลักษณะที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่มิใช่โรงงานตามพระราชบัญญัตินี้และตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

– แก้ไขบทนิยาม “โรงงาน” ให้หมายความถึง อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมหรือเทียบเท่าตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป (เดิม 5 แรงม้าขึ้นไป) หรือใช้คนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปโดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม (เดิม 7 คนขึ้นไป) และแก้ไขบทนิยาม “ตั้งโรงงาน” ให้หมายความถึงการนำเครื่องจักรมาติดตั้งในอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่จะประกอบกิจการโรงงาน หรือนำคนงานมาประกอบกิจการโรงงานในกรณีที่ไม่มีการใช้เครื่องจักร (เดิมจะต้องมีการก่อสร้างอาคาร และไม่ครอบคลุมถึงการนำคนงานมาประกอบกิจการโรงงานในกรณีที่ไม่มีการใช้เครื่องจักร)

– ในการแบ่งโรงงานออกเป็นสามจำพวกในมาตรา 7 สำหรับโรงงานจำพวกที่ 2 ซึ่งเดิมเป็นจำพวกที่จะต้องแจ้งให้ผู้อนุญาต (ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย) ทราบก่อน แก้ไขเป็น ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ (ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้) ทราบก่อน ซึ่งจะสอดคล้องกับที่บัญญัติในมาตรา 11 มาแต่เดิมว่า เมื่อจะเริ่มประกอบกิจการโรงงานให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน

– เพิ่มเรื่อง “ผู้ตรวจสอบเอกชน” ให้ชัดเจนขึ้นในมาตรา 9 มาตรา 9/1 ถึง มาตรา 9/6 โดยต้องได้รับใบอนุญาตตรวจสอบหรือรับรองจากผู้อนุญาต กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตรวจสอบหรือรับรองซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ใบอนุญาตตรวจสอบหรือรับรองนี้ให้มีอายุถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ 3 นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตฯ

– ยกเลิกอายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ซึ่งเดิมกำหนดให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ 5 และยกเลิกเรื่องการขอต่ออายุใบอนุญาต ในกรณีโรงงานที่ภายหลังมีกำลังรวมของเครื่องจักรลดลงหรือจำนวนคนงานลดลงจนไม่เข้าข่ายโรงงานตามบทนิยาม ให้ถือว่ายังเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัตินี้อยู่จนกว่าจะได้แจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงาน

– กำหนดหลักเกณฑ์ที่เข้าข่ายจะต้องขออนุญาตขยายโรงงานให้ละเอียดขึ้น โดยพิจารณาจากกำลังรวมของเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น และกำลังรวมของเครื่องจักรเดิม นอกจากนั้น ยังครอบคลุมถึงการดำเนินการในการเพิ่ม เปลี่ยน เปลี่ยนแปลงเครื่องจักรซึ่งกระทำบนที่ดินแปลงใหม่ที่ติดกับที่ดินที่ตั้งโรงงานเดิมหรือที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ขยายโรงงานไว้เดิม และกำหนดหลักเกณฑ์การขยายโรงงานบางกรณีที่ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต เช่น การจัดให้มีหรือเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดมลพิษ ให้มีมาตรการป้องกันหรือลดเหตุเดือดร้อนรำคาญ เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรต้นกำลัง หรือเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลง หรือเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงาน

– ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรที่ไม่ถึงขั้นขยายโรงงาน หรือการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงาน โดยในกรณีการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงาน แก้ไขหลักเกณฑ์เป็นตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปในกรณีเนื้อที่โรงงานไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร หรือตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปในกรณีเนื้อที่โรงงานเกิน 2,000 ตารางเมตร (เดิมเพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปไม่ว่าจะมีเนื้อที่โรงงานเท่าใด) และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพิ่มเติม กรณีเหล่านี้ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการดำเนินการดังกล่าว

– พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2562

พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

เหตุผลในการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจในการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยโรงงานเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดกลไกเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากการดำเนินการตามภารกิจที่ถ่ายโอนดังกล่าว

พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดว่า เมื่อรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน ก็ให้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดตามที่กำหนดไว้สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 1 และโรงงานจำพวกที่ 2 ที่ตั้งอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น และค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับโรงงานจำพวกที่ 2 ให้ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

เขียนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 | อ่าน 161
เขียนโดย บริษัท โปร เอ็น เซิร์ฟ จำกัด

Last Knowledge For You

ทั้งหมด 12 รายการ 1 / 1